กำพล วัชรพล


เส้นทางสามัญชนบุคคลสำคัญของโลกสร้าง “ไทยรัฐ-การศึกษา”

ถอดรหัสคิดแบบ “กำพล วัชรพล” เส้นทางสามัญชน บุคคลสำคัญของโลกสร้าง “ไทยรัฐ-การศึกษา”

ถึงแม้นายกำพล วัชรพล ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐคนแรก (ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2505 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539) จะล่วงลับไปแล้วหลายสิบปี แต่คุณงามความดีที่สร้างไว้ ยังคงเป็นตำนานให้เล่าขานจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะผลงานสร้างสรรค์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่มุ่งมั่นทำหน้าที่สื่อสารมวลชน เป็นปากเป็นเสียงให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคม ต่อสู้เรียกร้องความไม่เป็นธรรมต่างๆ ให้กับสังคม เป็นที่พึ่งประชาชน ดังแนวคิดของนายกำพลที่เคยให้ไว้ จากปรัชญาศิลาจารึกสลักตัวหนังสือสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ตั้งอยู่คู่รูปปั้นของ นายกำพล ในพิพิธภัณฑ์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เขียนไว้ว่า

"หนังสือพิมพ์ไทยรัฐนี้ดีหลาย เป็นที่พึ่งที่พาไพร่ฟ้าหน้าปก กลางบ้านกลางเมือง เจ็บท้องข้องใจ ฝูงท่วยบ่ต้องลั่นกระดิ่งแล"

กว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในไทย และบรรดาประเทศในภูมิภาคอาเซียน คือ วันละ 1 ล้านฉบับนั้น นายมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและกรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐในปัจจุบัน ผู้ที่ได้ทำงานใกล้ชิดนายกำพลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 เล่าว่า แม้นายกำพล จะได้รับการศึกษาจนจบภาคบังคับชั้น ป.4 แต่มีสมองอันปราดเปรื่อง มีความเฉลียวฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ อดทนและอดออม ขยันขันแข็ง และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็ทำให้ก้าวสู่อันดับหนึ่งในวงการสื่อสารมวลชน

ไทยรัฐเป็นพี่ใหญ่ ต้องดูแล เกื้อกูลกัน

คำสอนในเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของนายกำพล ที่สำคัญประการหนึ่ง ซึ่งนายมานิจได้เรียนรู้ เพราะมีโอาสได้อยู่เคียงข้างนายกำพลตอนเริ่มขายหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในยุคแรกๆ ต้องส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐโดยการใช้บริการ “รวมห่อ” ที่หัวลำโพง 4 เจ้า แล้วจึงนำขึ้นรถไฟ 2 วันไปขายต่างจังหวัด ต่อมานายกำพลมองว่าหนังสือพิม์ถึงมือผู้อ่านช้า จึงลงทุนซื้อรถเพื่อส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเอง โดยเอื้อเฟื้อหนังสือพิมพ์เล็กๆ ให้ส่งพร้อมกันฟรี โดยให้เหตุผลว่า “ไทยรัฐเป็นพี่ใหญ่ต้องดูแลคนอื่น ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน เกื้อกูลกัน ใครยังเล็กก็ต้องช่วยอุ้มชูกัน”

ความมีน้ำใจของนายกำพล คือ หลักในการดำรงชีวิตอย่างหนึ่งที่นายกำพลถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาตลอดชีวิตการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และต้องทำเสมอโดยเฉพาะในเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โดยยึดมั่นสุภาษิตที่ว่า “ถึงแม้มันจะใช่ญาติ เป็นชาติ เป็นเชื้อ ถ้าไม่เอื้อเฟื้อมันก็ไม่ใช่ญาติ แม้ว่าจะไม่ใช่ญาติชาติเชื้อ แต่ถ้าเอื้อเฟื้อมันก็เหมือนญาติ”

นายกำพล มักกล่าวอยู่เสมอ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐอยู่ได้ด้วยศรัทธาของประชาชน ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสก็ควรจะตอบแทนประชาชน ผู้มีอุปการะ โดยในยามประเทศไทยเกิดเหตุอุทกภัยต่างๆ ก็รวบรวมทรัพย์ สิ่งของส่งไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการเป็นผู้นำในการบริจาคและลงมือจัดสิ่งของช่วยเหลือด้วยตนเอง อาทิ น้ำท่วม จ.เชียงราย ต่อมาเกิดพายุเกย์ถล่มที่ จ.ชุมพร มีคนตายเป็นร้อย โรงเรียนพังหลายแห่ง ก็จัดขบวนรถบรรทุกสิบล้อ 10 คัน ทุกๆ 2 วัน นำสิ่งของไปแจกและช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากทุนทรัพย์ของนายกำพล และชาวบ้านร่วมบริจาค อีกทั้งนายกำพลยังนำเงินสดหลายล้านบาทใส่ถุงบรรจุไปพร้อมรถ นำไปบริจาคด้วย

การตอบแทนประชาชนที่ได้รับการกล่าวขวัญสรรเสริญยกย่องไปทั่วทุกสารทิศนั้นได้แก่ การอุทิศเงินสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ให้กับเยาวชนในชนบทที่ห่างไกลความเจริญเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2513 ที่จังหวัดลพบุรีเป็นแห่งแรก จนครบ 101 ตามที่ตั้งใจไว้... “ผมได้เรียนรู้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีน้ำใจที่ควรให้แก่คนอื่น เรียนรู้วิธีคิดของ ผอ.กำพล แม้จะเรียนหนังสือมาน้อย ก็คิดไปไกล ผอ.กำพล มองว่าการศีกษาเป็นการสร้างคน สร้างคนมาแล้วไปสร้างประเทศเท่ากับเรามีส่วนสร้างประเทศด้วย และการที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเติบโตมาจนเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในอาเซียน ถึงวันละ 1 ล้านฉบับก็เพราะประชาชนช่วยกันโอบอุ้ม ผอ.กำพลก็ตอบแทนสังคมด้วยการศึกษา” นายมานิจกล่าว

“กำพล วัชรพล” จากทหารเกณฑ์ สู่ ผอ.นสพ. ไทยรัฐ

เส้นทาง นายกำพล ที่ผันตัวเริ่มต้นเข้าสู่วงการสิ่งพิมพ์ หลังจากเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อ พ.ศ.2483 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อหมดเวลาประจำการทหารเรือจึงสมัครเข้ารับราชการเรือเป็นลูกประดู่เต็มตัว ประจำเรือรบหลวงสีชัง เมื่อพ.ศ. 2491 จากนั้นได้ลาออกจากทหารเรือ สมัครเข้าทำงานหนังสือพิมพ์ “หลักไทย” มีนายเลิศ อัศเวศน์ เป็นบรรณาธิการ มอบหน้าที่ให้นายกำพลขึ้นรถเมล์ไปรวบรวมข่าวแจกที่กรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) สมัยเมื่อยังตั้งอยู่ที่เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา ถนนราชดำเนินกลาง มีรายได้ในการดำรงชีพจากค่านายหน้าในการหาแจ้งความ (โฆษณา) มาลงหนังสือพิมพ์ ไม่นานนักนายกำพล กับ นายเลิศ ได้นำสารคดีเรื่อง ‘นรกใต้ดินไทย’ ไปเสนอขายที่สำนักพิมพ์ เมื่อตกลงเรื่องราคากันไม่ได้ จึงมาลงทุนพิมพ์ขายเอง ได้เงินมา 6,000 บาท เงิน 6,000 บาทนี้ได้กลายเป็นต้นทุนในการทำนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อ "ข่าวภาพ" เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2493

ต่อมานายกำพลได้ปรับเปลี่ยนเป็นหนังสือพิมพ์ราย 3 วัน แล้วพัฒนาเป็นหนังสือพิมพ์ “ข่าวภาพรายวัน” มี 12 หน้า ขายฉบับละ 50 สตางค์ พิมพ์วันละ 3 พันฉบับ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2495

แต่หนังสือพิมพ์ข่าวภาพรายวันออกจำหน่ายได้ 5 ปีเศษ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กระทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2500 สั่งปิดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งหนังสือพิมพ์ข่าวภาพรายวันด้วย นายกำพลจึงไปเช่าหัว (ชื่อ) หนังสือพิมพ์ “เสียงอ่างทอง” ซึ่งออกที่จังหวัดอ่างทองมาออกในกรุงเทพมหานคร จัดทำโดยคณะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ‘ข่าวภาพรายวัน‘ เมื่อหนังสือพิมพ์เสียงอ่างทองได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ เจ้าของหัวได้ขอคืน นายกำพลจึงได้ออก” หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ซึ่งได้เตรียมซื้อหัวไว้ก่อนหน้านี้ จัดทำโดยกองบรรณาธิการเสียงอ่างทอง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2505

มีนโยบายเสนอข่าวเรื่องที่ประชาชนสนใจ (Human interest) ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และปกป้องดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและคนยากไร้โดยไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึง ได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากขึ้น

ใจกว้าง มีเมตตา ส่งเสริมเรียนเพิ่มศักยภาพ

เมื่อจำนวนจำหน่ายหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพิ่มมากขึ้น มีคนทำงานมากขึ้น ส่งผลให้สำนักงานในซอยวรพงษ์ ถนนสามเสน คับแคบ นายกำพลจึงย้ายสำนักงานมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน ซึ่งในอดีตเป็นท้องทุ่งนาข้าว มีเพียงแนวถนนสายกรุงเทพ-สระบุรี (ซึ่งต่อมาคือถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ และเปลี่ยนชื่อเป็นถนนวิภาวดีรังสิตในที่สุด) สร้างอาณาจักรเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดแบบค่อยเป็นค่อยไปตามหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มีเครื่องพิมพ์ที่ทันสมัยที่สุด โดยนายกำพลเดินทางไปดูแท่นพิมพ์ที่เยอรมนี และปฏิรูปการส่งหนังสือพิมพ์ไปขายต่างจังหวัดด้วยการซื้อรถยนต์บรรทุกมาขนส่งหนังสือพิมพ์เองทั่วประเทศ แทนที่จะอาศัยบริการ "รวมห่อ" ซึ่งล่าช้ากว่าหนังสือจะถึงมือผู้อ่านก็เมื่อเวลาเลยไป 2-3 วัน

นอกจากนี้นายกำพลยังได้ปฏิวัติระบบการเรียงพิมพ์ จากการเรียงพิมพ์ด้วยมือมาเป็นการเรียงพิมพ์ด้วยแสง พัฒนาจนมาถึงการเรียงพิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ซึ่งในวิวัฒนาการผลิตจากเรียงพิมพ์ด้วยมือมาเรียงพิมพ์ด้วยแสง ขณะนั้นพนักงานส่วนมากเป็นผู้หญิง 40-50 คน นายกำพลบอกช่างเรียงพิมพ์มือ จะเปลี่ยนระบบเรียงพิมพ์ด้วยแสง โดยห้ามไม่ให้พนักงานลาออก เสนอให้พนักงานคนใดอยากเปลี่ยนมาเรียงพิมพ์ด้วยแสง ให้ไปหัดเรียนเรียงพิมพ์ดีด หากไม่สมัครเรียนพิมพ์ดีด เพราะไม่อยากทำงานเรียงด้วยแสง ก็ให้โอกาสเลือกทำอาชีพอะไรก็ได้ในโรงพิมพ์ตามความรู้ที่มี

เสนอข่าวเพื่อสังคม ส่งผลครองใจผู้อ่านทั่วไทย และทั่วโลก

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐจำหน่ายวันละ 6 กรอบ (edition) วางตลาดตามภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน และต่างประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่ เช่น นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น จำนวนจำหน่ายวันละ 1 ล้านฉบับ นับว่ามากที่สุดในบรรดาหนังสือพิมพ์ในประเทศภูมิภาคอาเซียน จะเป็นรองก็แต่หนังสือพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีนเท่านั้น

ด้วยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมีนโยบายในการเสนอข่าวและเรื่องที่ประชาชนสนใจ (Human interest) ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และปกป้องดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและคนยากไร้โดยไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากขึ้น และทำงานเพื่อสังคมมากมายหลายประการ ทั้งในยามปกติและยามที่ประชาชนประสบภัยธรรมชาติ อีกทั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยังเป็นแหล่งฝึกงานของนักศึกษาวิชาวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ หลายมหาวิทยาลัย เป็นที่ศึกษาดูงานของนักเรียนนักศึกษาและนักหนังสือพิมพ์ในประเทศภูมิภาคอาเซียนตลอดเวลา

อีกทั้งผลงานต่างๆ ของนายกำพล ที่ส่งเสริมการศึกษาผ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนี้เอง ทำให้ได้รับการยกย่องไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ขณะที่นายกำพลยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้มีการประชุมใหญ่นักหนังสือพิมพ์ทั่วโลกที่ประเทศบราซิล ในที่ประชุม นายฮิเดอิ ซากาตะ ผู้แทนสมาคมเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น (Nihon Shimbun Kyokai-NSK) ได้กล่าวสดุดีนายกำพลต่อที่ประชุมว่า เป็นคนเดียวและหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ได้อุทิศเงินเพื่อการศึกษามากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และถ้าหากนายกำพลจะเอากำไรที่ได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ไปใช้ส่วนตัวจนหมด หรือแบ่งให้คนทำงานบ้างก็ไม่มีใครว่าอะไร

ยูเนสโก ยกย่อง 'กำพล วัชรพล' เป็นบุคคลสำคัญของโลก

ด้วยความตั้งใจเพื่อการศึกษาของนายกำพล คือ การสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยา จำนวน 101 แห่งทั่วภูมิภาคของไทย ซึ่งนายกำพล กล่าวอยู่เสมอกับนายมานิจว่า หนังสือพิมพ์ไทยรัฐนั้นอยู่ได้ด้วยศรัทธาของประชาชนผู้มีอุปการะเกื้อหนุน ฉะนั้นจึงขอตอบแทนด้วยโอกาสทางการศึกษากับผู้ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ สร้างคนที่มีคุณภาพทั้งเก่ง ทั้งดี มีศีลธรรม ซื่อสัตย์สุจริตและมีระเบียบวินัยมาสร้างสรรค์สังคม และประเทศชาติให้เจริญยิ่งขึ้นไป

ทำให้องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) มีมติเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ประกาศยกย่อง นายกำพล วัชรพล อดีตผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนไทยรัฐวิทยา เพื่อชุมชนในชนบท และมูลนิธิไทยรัฐ ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษาและด้านการสื่อสารมวลชน ประจำปี พ.ศ. 2561-2562

ข้อมูลในการนำเสนอจากยูเนสโกประเทศไทย ได้กล่าวยกย่องนายกำพลว่า "ในฐานะที่เป็นเจ้าของสื่ออย่างหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" อันเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่เป็นอิสระและไม่ขึ้นกับผู้ใดเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุค ค.ศ. 1960 (ระหว่างปี พ.ศ. 2503-2513) นายกำพลเป็นตัวแทนสื่ออิสระที่เป็นที่รู้จักอย่างดี เขาได้รับพิจารณาให้เป็นผู้บุกเบิกในการสนับสนุนเสรีภาพสื่อ นอกจากนั้น เหล่าบรรณาธิการอาวุโสของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้ให้ความช่วยเหลือต่อองค์กรสื่อท้องถิ่น และรวมถึงให้ความรู้ต่อผู้สอนที่มาจากองค์กรการศึกษาด้วย

ต่อจากนั้น ไทยรัฐได้รวมเอาปรัชญาที่ว่า "หนังสือพิมพ์ในการศึกษา" หรือการที่หนังสือพิมพ์เข้าไปมีส่วนในวงการศึกษา (Newspaper in Education : NIE) เข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของไทยรัฐ สำหรับเยาวชนไทยผู้ด้อยโอกาสด้วย นอกจากนี้ในปัจจุบันกิจการด้านสื่อที่ตั้งอยู่ในอาเซียน และนักข่าวของสื่อจากประเทศอาเซียนเหล่านั้นเข้าเยี่ยมสำนักงานใหญ่ของไทยรัฐบ่อยครั้ง รวมทั้งนักหนังสือพิมพ์จากยุโรป และสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาให้มากขึ้นเกี่ยวกับการพัฒนาด้านสื่อของประเทศไทยและภูมิภาค บางหน่วยงานได้รับโอกาสเข้าศึกษาหลักสูตร หรือฝึกงานเพื่อเรียนรู้ให้เกิดความชำนาญและทักษะทางด้านสื่อ และปรับเทคโนโลยีด้านสื่อให้ทันสมัยขึ้น

การที่ นายกำพล วัชรพล ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล เนื่องจากนายกำพล วัชรพล จะมีอายุครบ 100 ปี ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2562 ซึ่งนายกำพล วัชรพล เป็นคนไทยและคนเอเชียเพียงคนเดียวที่ได้รับการประกาศยกย่องในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด คุณงามความดีของนายกำพล วัชรพล ก็ยังคงอยู่ตลอดไป.

placeholder

ติดต่อเรา

  • อีเมล์ : cs@thairath.co.th
  • โทรศัพท์ : 02-127-1222
  • แฟกซ์ : 02-272-1783
  • ที่อยู่ : เลขที่1 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจัตร กรุงเทพฯ 10900
  • เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 8.30-17.30 น.